เรื่องเล่าสองล้อ ตอน คิด วิเคราะ แยกแยะ กับจีพี 19 อุ้มวิงเลทไว้ไต้ท้อง !

เรื่องเล่าสองล้อ ตอน คิด วิเคราะ แยกแยะ กับจีพี 19 อุ้มวิงเลทไว้ไต้ท้อง !
#อย่าเชื่อแอ๊ดแอ๊ดเดาเอา

เป็นประเด็นจนถึงขั้นเกิดการประท้วงกันขึ้นมาเลยทีเดียว สำหรับชิ้นส่วนที่เสียบเอาไว้ไต้ท้องรถบริเวณหน้ายางล้อหลังในตัวแข่งจีพี 19 ของดูคาติทีม ซึ่งมีอันเดร โดวิซิโอโซ่, ดานิโร่ เปตุชชี่ และแจ็ค มิเลอร์เป็นตัวขับขี่(สังเกตและจดเอาไว้ตรงนี้นะ ว่าเป็นตัวจีพี 19 เน้นๆ) ในการแข่งนัดนัดเปิดสนามโมโต จีพี 2019 ที่การ์ตา โดยดูคาติทีมให้ข้อมูลว่า มันมีไว้เพื่อดักลมไปเป่าที่ยางหลัง เป็นการลดอุณหภูมิเท่านั้น เหมือนกับกับดักลมเข้าปั๊มเบรคเพื่อลดความร้อน ซึ่งนั่นไม่ผิดอะไร

วิงเลทที่เป็นประเด็นหลัก ซึ่งอยู่ในตัวแข่งดูคาติ จีพี 19


แต่คู่แข่งที่ประกอบด้วย ฮอนด้า, ซูซูกิ, อพลิเลีย และเคทีเอ็มไม่คิดเช่นนั้น พวกเค้าคิดว่ามันมีอะไรที่ซ่อนเอาไว้มากกว่านั้น และมันจะถูกใช้คู่กับไอ้เจ้าจานคาร์บอนที่ครอบล้อหน้าครึ่งล่างเอาไว้ด้วย แถมตัวแข่งคันนี้เชือดชนะคู่ต่อสู้แบบฉีกเห็นๆ ในการแข่งขันสนามล่าสุด และหากมันไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การเป่าลมลดอุณหภูมิตามที่ดูคาติแจ้ง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะผิดข้อกำหนดย่อยๆ ในกติกา(เช่น เพื่อผลทางด้านอากาศพลศาสตร์)


จากนี้คือการเดาความเป็นไปได้ว่า ไอ้เจ้าปีกที่เป็นประเด็นจนเถียงกันวุ่นวายนี้ มันคืออะไรกันแน่ แต่ย้ำว่า นี่คือการเดาจากทัศนะของแอ๊ดมินล้วนๆ ไม่มีเอกสารประกอบ ข้อมูลทางการใดๆ มายืนยัน ไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้นะจ๊ะ แค่อ่านและเป็นมุมมอง เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้เท่านั้น


1. ไม่มีอะไร ก็แค่ดักลมเป่าหน้ายางลดอุณหภูมิตามที่ดูคาติบอก


นี่คือทางออกที่ง่ายที่สุด คือการลดอุรหภูมิที่หน้ายางเพื่อลดการสึกหรอ แต่อย่างไรก็ดี หากดูชื่อทีมที่พร้อมใจกันประท้วงแล้ว เรื่องนี้อาจจะเข้าทำนองไก่เห็นตรีนงู งูเห็นนมไก่ คือทันเกมส์กันและรู้ว่า แท้จริงแล้วสรรพคุณของมันไม่ได้มีเท่าที่ดูคาติบอก ก็ เป็น ได้


เอาง่ายๆ รถที่วิ่งสามร้อยกว่า ยางหลังตรงนั้นมันปะทะลมเต็มๆ อยู่แล้ว ไอ้เจ้าปีกนี่ต่างหากที่จะดูทำให้ยางหลังโดนลมน้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ และต้องไม่ลืมว่า ก่อนการแข่งขันที่นี่ มีการยื่นคำร้องให้ผู้จัดการแข่งขันนั้นเลื่อนเวลาแข่งเร็วขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิพื้นแทร็คนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว สนามเย็น ยางจึงลดกริปลง อันนี้อันตราย และ...


ดูคาติทีม คือหนึ่งในกลุ่มคนที่ยื่นคำร้องนั้น แล้วพวกเค้าจะเอาลมมาเป่ายางให้เย็นลงเพื่อบวกกับพื้นแทร็คที่เย็นอยู่แล้วเลยหรือ ?!!!!

มหากาฬวิงเลท คุณเชื่อมั้ยว่ามันมีไว้เป่าลมใส่ล้อหลัง ?


2. มันคือการเป่าลมนั่นแหล่ะ แต่ มีวาระซ่อนเร้น


ทฤษฎีนี้คล้ายๆ กับข้อแรก เพียงแต่เป้าหมายของมันถูกโยกไปซ่อนเอาไว้ คือวิงเลทนี้เป็นการดักลมเพื่อไปเป่ายางหลังจริง แต่มันไม่ได้เป่าเพื่อให้ยางหลังนั้นเย็นลง เป้าหมายที่แท้ทรูของมันคือการเป่าเศษทรายให้หลุดออกจากหน้ายางต่างๆ หาก


ทริคนี้คือการดักลมเป่าหน้ายางให้เศษทรายนั้นหลุดออกไป เมื่อยางสัมผัสพื้นขณะแบนรถ จะได้ความหนึบแบบเต็มสมรรถนะ โดยเลือกทิศทางลมนั้นเป่าด้านริมสำหรับเนื้อที่ที่ต้องใช้ในการเลี้ยง พับรถโดยเฉพาะ อ่านมาถึงตรงนี้คงจะสงสัยว่า อ้าว แล้วตอนรถแบน ลมที่เป่าแก้มยางไม่สร้างผลเสียรึท่าน คำตอบคือ ขณะที่รถเลี้ยวลมจะเบาลงจนถึงไม่มีเลยไง


เขาทำได้ยังไง ไอ้เจ้าจานที่ครอบครึ่งล่างล้อหน้าคือคำตอบ เจ้านี้จะตัดลมที่หน้ารถปะทะแล้วฉีกออกไปหรือส่งขึ้นที่แฟรริ่งด้านข้างที่อยู่เหนืออีกหน่อยและมีช่องรับพอดี ลมที่เข้าวิงเลทไต้ท้องนั้น จึงเป็นก้อนลมตรงๆ ที่จัดระเบียบได้ง่าย แล้วก็นำมันฉีกออกไปเป่าตามเป้าที่ตั้งเอาไว้


เรื่องนี้เหมือนหนังการ์ตูน แต่ทฤษฎีนี้มีการศึกษามาแล้วจากทีมแข่งโมโตจ พีของดูคาติ รวมถึงค่ายอื่นๆ ก็สนใจนำมาศึกษา และซูซูกิเองถึงกับจดสิทธิ์เอาไว้เรียบร้อยกับการจัดการอากาศพลศาสตร์ไต้ท้องรถโมโต จีพี โดยเพวกเค้าชื่อว่า มวลลมนี้สามารถจัดมันให้ประคองรถเพื่อต่อสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ได้เลยนะถ้าทำดีดี


คำถามคือ แล้วถ้าเป่าทรายจริง ทำไมดูคาติไม่พูดตรงๆ คำตอบคือ มันอาจจะผิดกติกาไงท่าน เพราะนี่คือการใช้ข้อได้เปรียบเหนือคู่ต่อสู้ วาเลนติโน่ รอสซี่ เคยโดนโทษเพียงแค่ให้ทีมงานมากวาดทรายที่พื้นตรงหน้ายางก่อนการออกตัวมาแล้ว หากเป็นเรื่องจริงเรื่องนี้ดูคาติก็โดนลงดาบได้เลยเช่นกัน

เครื่องเคียงสำคัญที่มาคู่กัน กับฝาครอบคาร์บอนที่ล้อหน้า

"เดอะด็อคเตอร์"วาเลนติโน่ รอสซี่ ล้อเลียนและประชดประชันในเกมส์ที่เซปังเรื่องการกวาดทรายที่หน้ากริด หลังจากก่อนหน้านั้นเค้ามีประเด็นเรื่องนี้ในการ์ตา


3. มันคือการหมกแห่งประวัติศาสตร์ แท้จริงเรื่องอากาศพลศาสตร์และแรงกด


อีกหนึ่งทฤษฎีที่ว่ากันว่า น่าจะเป็นสิ่งที่คู่แข่งยื่นประท้วงนั่นเอง คือการใช้อากาศพลศาสตร์มาเป็นตัวช่วย โดยประเด็นนี้หากส่วนประกอบใดที่คล้ายปีกและส่งผลต่ออากาศพลศาสตร์นั้น ต้องนำไปพิจารณาอย่างละเอียด เพราะกฎเรื่องนี้ถูกตีให้ละเอียดหลังมีเรื่องของปีกเข้ามา ทำให้คู่แข่งที่ยื่นประท้วงมองว่า ดูคาติน่าจะใช้ช่องว่างทำผิดกติกาเพื่อเอาเปรียบคู่ต่อสู้


เรื่องนี้ขอย้อนไปที่การทดสอบช่วงพรีซีซั่น ที่ดูคาติทีมนั้นมีการทดสอบอุปกรณ์บางอย่างเป็นก้านสีเงิน โยงจากไต้สวิงอาร์มมาที่แกนล้อ มีการเปิดเผยว่า หน้าที่ของมันคือการประคองล้อหลังให้สัมผัสพื้นให้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันยางนั้นมีส่วนสำคัญมากในการแข่งขัน การใช้เบรคคือหนึ่งในส่วนสำคัญที่กินยาง ดังนั้นการหยุดรถด้วยเอนจิ้นเบรคนั้นจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เช่นการเชนรถจากความเร็วสูงๆ ลงมา อย่างไรก็ดีศักยภาพของเอนจิ้นเบรคจะเหลือไม่มากหากล้อหลังลอยเหนือพื้น และมันมักจะลอยเสียด้วยตอนที่รถจิ้มเข้ามาหนักๆ แต่เมื่อการสัมผัสพื้นโลกได้ไม่ทั้งสองล้อประโยชน์จึงหายไปอื้อ


วิงเลทนี้จะบังคับลมเพื่อแรงกด ก้อนลมตัวนี้บวกกับทฤษฎีของซูซูกิ นำมันมาบังคับสวิงอาร์มให้กดล้อหลังเอาไว้ ซึ่งมันจะเห็นผลมากกับรถที่หวดมาหนักๆ หรือการเร่งรถจากโค้งมันก็จะช่วยประคองไม่ให้ดีดดิ้นได้อีกด้วย เพื่อการส่งคันเร่งได้มากกว่าเดิมอีกหน่อย(ประโยชน์แลดูเหมือนการเซ็ทระบบโฮลช็อทที่ล้อหน้าของดูคาติ)เพราะก้อนลมที่พุ่งตรงๆ แต่กับรถที่แบนจะไม่รั้งรถไว้ ด้วยการนำเอาข้อสันนิฐานของเจ้าจานครอบล้อหน้าในข้อที่ 2 มาบวกเข้าไป เขร้.....


หนึ่งในความพยายามเพิ่มแรงกดด้านหลังของดูคาติ แต่ไม่ถูกนำมาใช้จริง

ไอ้นิ้วเงิน ที่ว่ากันว่าเป็นการเก็บข้อมูลเรื่องการใช้สัมผัสของล้อหลังกับพื้นแทร็ค


นี่คือทั้งหมดของการ “เดา” ย้ำอีกครั้งว่าเดา ไม่สามารถนำไปอ้างอิงหรือยืนยันได้ แต่เชื่อว่าหากหลายค่ายออกมาโวยวายเช่นนี้ เราน่าจะเห็นอะไรดีดีจากนี้เป็นแน่


อย่าเชื่อแอ๊ด แอ๊ดเดาเอา แฮ่ !


Page : MOTO GP Thailandfanclub
Web : www.gpthailandfanclub.com
Twitter : MOTO GP Thailandfanclub
YouTube : MOTO GP Thailandfanclub
 

Sign
NEXT RACE: Monster Energy Grand Prix České republiky